หลายคนสงสัยว่าสามารถฉีดโบร่วมกับฟิลเลอร์ได้ไหม? เพราะทั้งสองเป็นหัตถการที่คนนิยมทำเพื่อช่วยให้ผิวกระชับและปรับรูปหน้าได้ตามต้องการโดยไม่ต้องผ่าตัด หากทำร่วมกันแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นไหม? หรือจะเกิดผลข้างเคียงอะไรตามมาบ้าง ไปหาคำตอบกัน!
คำถามที่หลายคนอยากรู้ ฉีดโบร่วมกับฟิลเลอร์ได้ไหม?
ฉีดโบ หรือที่หลายคนเรียกว่า “โบท็อกซ์ (Botox)” คือสารโบทูลินัมท็อกซินชนิดเอ (Botulinum toxin type A) ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดการเกิดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว หรือรอยตีนกา เมื่อฉีดแล้วจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้น ส่วน “ฟิลเลอร์ (Filler)” คือสารเติมเต็มประเภทกรดไฮยาลูโรนิก ที่ช่วยเติมเต็มร่องลึกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร่องแก้ม แก้มตอบ ใต้ตาลึก หรือปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น
โบท็อกซ์และฟิลเลอร์สามารถฉีดร่วมกันได้อย่างปลอดภัย หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากมีสารและคุณสมบัติที่ต่างกันจึงไม่ทำให้เกิดอันตราย หากทำร่วมกันจะช่วยเสริมใบหน้าให้ดูมีมิติ ผิวกระชับเรียบเนียนขึ้น
ฉีดโบร่วมกับฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์อย่างไร?
- ใบหน้าได้สัดส่วน มีมิติขึ้น เมื่อทำทั้งสองหัตถการร่วมกันอย่างถูกวิธี การฉีดโบและฟิลเลอร์จะช่วยส่งเสริมกันและให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำเพียงอย่างเดียว โดยโบท็อกซ์จะช่วยปรับรูปหน้าให้ดู V-Shape ได้สัดส่วนมากขึ้น แก้ปัญหาโครงสร้างใบหน้าได้ ช่วยให้โครงหน้าได้รูปมากขึ้น ส่วนฟิลเลอร์จะช่วยปรับสมดุลของใบหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้น ช่วยเติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม แก้มตอบ ขมับเว้า หรือเติมเต็มบริเวณใต้ตาเพื่อให้ดูอ่อนเยาว์ หรือดั้งจมูกเพื่อให้ดูโด่งสวยเข้ากับใบหน้า
- ช่วยลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย โบท็อกซ์ช่วยทำให้ริ้วรอยดูจางลง เรียบกระชับ เต่งตึงมากขึ้น ช่วยลดริ้วรอยบริเวณลำคอได้ ส่วนฟิลเลอร์มีส่วนผสมของไฮยาลูโรนิก ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง กระจ่างใส รูขุมขนกระชับขึ้น
- เห็นผลเร็ว ผลลัพธ์อยู่ได้นาน โบท็อกซ์สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ใน 1 สัปดาห์หลังฉีด และผลลัพธ์จะเริ่มชัดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2 – 3 ส่วนฟิลเลอร์เริ่มเห็นผลได้ชัดในช่วง 1 เดือนแรก โดยทั้งสองจะช่วยเสริมการทำงานกัน ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
- ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าละมุน ไม่แข็งจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
การฉีดโบร่วมกับฟิลเลอร์ให้ปลอดภัยควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนเพื่อพิจารณาการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะแต่ละอาจมีปัญหาผิวไม่เหมือนกัน รวมถึงการเว้นระยะห่างระหว่างการฉีดด้วย เพื่อให้ผิวได้ปรับสภาพ และควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ด้วยตัวเองก่อนฉีดเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นของแท้ และมีเครื่องหมาย อย. จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
